ในปัจจุบันนี้ใครๆก็ทราบดีว่า ภาษาจีนและประเทศจีนกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ในด้านต่างๆทุกด้าน ท่านจำได้ไหมว่า เมื่อแค่สิบกว่าปีที่แล้วมีใครมองประเทศจีนบ้าง ไม่มีใครสนใจเรียนภาษาจีน ไม่มีใครสนใจความเจริญรุ่งเรืองของประเทศจีนเลย

 

 

ผมยังจำได้อยู่ว่า หากใครไปประเทศจีน ถ้าเป็นุรุ่นหนุ่มสาว ก็จะส่ายหน้าบอกว่า ห้องน้ำเหม็นบ้าง ไม่เจริญบ้าง ทำให้ไม่ภาพพจน์ของประเทศจีนในสายตาประชาคมโลกยิ่งแย่เข้าไปอีก สมัยก่อนใครจะอยากเรียนภาษาจีน ใครอยากจะมาเป็นนักแปลภาษาจีน เพราะไม่มีการลงทุนใดๆ หรือจะมีก็น้อยมาก ชาวจีนที่ไหนจะมีปัญญามาลงทุนในต่างประเทศ คนจีนมีฐานะยากจน แค่จะหากินให้ได้ในประเทศตัวเองก็ยากเย็นแสนเข็ญแล้ว
 

 

แต่ไม่ทันไรดูสิครับ ผ่านไปแป๊บเดียว ประเทศจีนตอนนี้ ณ ปี 2556 ที่เขียนบทความนี้ ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นอันดับสองของโลก และใครๆก็ทราบว่า ไม่ช้าก็เร็ว ก็ต้องก้าวไปเป็นอันดับหนึ่งแน่ๆ เนื่องจากความถดถอยอย่างต่อเนื่องของฝากตะวันตก ที่สำคัญตอนนี้มองไปทางไหนในประเทศไทย ก็มีแต่โรงเรียนสอนภาษาจีนเต็มไปหมด มีการลงทุนจากประเทศจีน เข้ามาในประเทศไทย

 

และประเทศต่างๆของโลกเต็มไปหมดเลยครับ นักแปลภาษาจีนก็เช่นกัน จากที่เมื่อก่อนหาได้ยากเย็นแสนเข็ญ เพราะไม่มีใครสนใจเรียน แต่ปัจจุบันนี้จะเอานักแปลภาษาจีนแบบไหน จะเอาแบบที่เป็นเจ้าของภาษา หรือจะเอาคนไทยที่เชี่ยวชาญในภาษาจีนระดับเทพ จบการศึกษาจากประเทศจีนกลับมา ไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีนก็ได้ทั้งนั้นมีหมด จะเห็นได้ว่าตลาดการแปลภาษาจีนนั้น เติบโตเพียงใด และมีความต้องการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามความเจริญเติบโตของประเทศจีนมากมายเพียงใด เพราะฉะนั้นผมอยากจะแนะนำเลยนะครับ

 

 
หากใครกำลังคิดจะเรียนภาษาที่สามนี่ ให้มองไปที่ภาษาจีนก่อนเลย ผมว่าต่อไป คนที่รู้ภาษาจีน และสามารถแปลภาษาจีนได้ อาจจะไม่ใช่ ข้อได้เปรียบหรือ “nice to haveอีกต่อไป แต่อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นไปเลยก็ได้ หากประเทศจีน แปลภาษาจีนก้าวมาเป็นมหาอำนาจของโลกอย่างจริงๆ ซึ่งมันก็ไม่แปลกเลยถ้ามันจะเป็นความจริงขึ้นมา หรือคุณว่าไม่จริงครับ? วันนี้เรามาเรียนภาษาจีนกันเถอะนะ คุณล่ะรู้ภาษาจีนกันบ้างหรือยัง

edit @ 8 Mar 2013 11:42:12 by โตน

edit @ 8 Mar 2013 11:43:07 by โตน

เท่าที่สังเกตดูจากประสบการณ์ในการเปิดบริษัทให้บริการด้านการแปลเอกสารมาอย่างยาวนาน ผมอยากจะบอกครับว่าไม่มีช่วงไหนเลย ที่ลูกค้าจะบ่นเข้ามาหาเรามากมายขนาดนี้ว่า ไปจ้างแปลกับที่อื่นมา (ซึ่งถูกมาก) แล้วงานใช้ไม่ได้เลย ต้องเอามาให้เราทำใหม่ ทำอย่างไรได้ครับ บางครั้งถ้าเรายังทำให้ทันอยู่ก็จะช่วยทำไปให้ แต่ถ้าทำไม่ทันแล้วจริงๆ เพราะลูกค้านำงานแก้มาให้ก็ใกล้ deadline มากแล้ว ก็จำเป็นต้องบอกลากันไปทำให้ไม่ทันครับ ก็เสียดายแทนทั้งตัวลูกค้าเอง แล้วก็ทั้งเราด้วย ที่เป็นลูกค้าเก่ายิ่งเสียดาย ว่าไม่น่าเห็นแก่เงินไม่กี่บาทแล้วก็เปลี่ยนไปใช้ เว็บแปลที่นั่งทำงานอยู่คนเดียวเหล่านั้นเลย เขาต้องการรับงานเยอะๆ พอรับงานแปลเอกสาร มาแล้วทำไม่ทันจะทำอย่างไรครับ ก็ต้องเผางานมาให้คุณ ทำอย่างไรได้ ยิ่งสมัยนี้มีเว็บไซต์ครับ ใครๆก็ทำงานแปลกันเยอะแยะ จากเมื่อก่อนมีแต่บริษัทที่เป็นมาตรฐานอย่างเราเท่านั้น ที่จะสร้างเว็บไซต์สวยๆ มีทีมงานดูแลดีๆ แล้วก็รับแปลเอกสารกันอย่างมีมาตรฐาน แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่นะครับ "ใครก็ได้" เขาใช้เครื่องมือสำเร็จรูป สร้างเว็บไซต์ขึ้นมา แล้วก็ดำเนินการรับแปลเอกสารได้แล้ว แปลกันไป อังกฤษ ไทย ไทย อังกฤษ แปลกันทุกด้าน ทุกอย่าง ทุกแขนง ก็คนๆเดียวนี่แหละ หรือถ้าแปลไม่ไหวจริงๆ ก็เอามาให้บริษัทรับแปลเอกสาร ที่มีมาตรฐาน ที่ถ้าคุณอยู่ในวงการจริงๆ คุณจะเห็นว่าจริงๆ แล้วมีอยู่ไม่กี่เว็บไซต์ ให้มาช่วยแปล แล้วก็ไปบวกกับลูกค้าเพิ่มไป ถือว่าถ้าลูกค้าคนไหนจ้างแปลเอกสาร แ้ล้วมาเจอต้นทางที่มีนักแปลดีๆ ในสังกัดอย่างเราจริงๆก็โชคดีไป ได้ราคาไม่แพงมาก แถมยังได้งานที่มีคุณภาพดีด้วย โดยเฉพาะงานที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เป็นงานแปลภาษาอื่นๆ เช่น แปลภาษาพม่า แปลภาษาลาว แปลภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น หรืองานเฉพาะทางที่ต้องใช้ศัพท์เฉพาะทางอื่นๆ เช่น งานแปลกฎหมาย งานแปลทางด้านวิศวกรรม งานแปลทางด้านไอที เหล่านี้ เราก็มีนักแปลที่มีความรู้เฉพาะทางมาแปลให้ ไม่ใช่ นักแปลคนเดียวทำได้ทุกอย่าง ถ้าอยากจะหาข้อมุลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานแปลก็ติดต่อที่นี่ได้ครับ http://www.kingtranslations.com เข้าไปดูข้อมูล เข้าไปสอบถามเพิ่มเติมได้ ทีมงานของบริษัทแปลเอกสารของเรายินดีให้บริการ จะมากจะน้อยไม่ว่ากัน

คงไม่มีใครไม่รู้จัก สุดยอดโรงแรมหรู และเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองไทย ย่านเจริญกรุง ที่ชื่อว่า โรงแรม แชงกรีลา (Shangri-La) นะครับ

โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสัญจรทางเคยผ่าน ไปลงเรือที่ท่าเรือ ตรงสาธร หรือลงรถไฟฟ้าที่สถานีสะพานตากสินด้วยแล้ว ต้องเคยเห็นโรงแรมนี้แน่ๆ

โรงแรมแห่งนี้มีความสวยงามทั้งที่ตั้งและทำเล รวมถึงสภาพภายใน เป็นที่ดึงดูดตา ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมานาน หลายทศวรรษเข้าให้แล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจพวกเรา ย่อมหนีไม่พ้นชื่อของโรงแรมที่ฟังดูแปลก แต่กลับให้ความรู้สึก โอ่อ่า มาก แต่จะมีสักกที่คนที่ทราบว่าแท้จริงแล้ว Shangri-La คืออะไร ทำไมโรงแรมหรูแห่งนี้ ถึงเลือกใช้ชื่อนี้

ความจริงแล้ว แชงกรีลา เป็นชื่อดินแดนในนิยาย ที่แต่งขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 1933 นู่น แชงกรีลา ถูกสร้างขึ้น โดยผู้แต่งชาวอังกฤษ ที่มีชื่อว่า James Hilton ในหนังสือชื่อว่า Lost Horizon ในหนังสือกล่าวไว้ว่า Shangri-La เป็นดินแดนแห่งความสุข สงบ และสันติ (ที่ไม่มีอยู่จริงอีกแล้วในโลกอัน โหดร้ายใบนี้) ตัดขาดจากโลกภายนอก

โดยบรรยายคล้ายกับว่า อยู่ในบริเวณแถวๆ ทิเบต ในประเทศจีนนั่นเอง และชื่อนี้ได้ถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์อีกครั้งต่อมา จึงทำให้ผู้คนนึกภาพเวลาพูดถึง แชงกรีลา ได้ว่าเป็นดินแดน แห่งความ สุข สงบ สันติ ด้วยเหตุนี้เขาจึงนำมาตั้งชื่อโรงแรมครับ

แต่หากจะเปรียบกับความเป็นจริงแล้ว บริเวณในทิเบต ก็ยังถือว่ามีความสุข สงบอยู่มาก เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของโลกนี้ ด้วยเหตุนี้กระมังที่ผู้แต่งหนังสือสมันนู้น จึงเลือกเอาทิเบตมาสร้างเป็นดินแดนในฝันขึ้น ซึ่งก็คงจะไม่เกินเลยจากความเป็นจริงมากนัก เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะเรียกดินแดนในทิเบตว่าเป็น Shangri-La ก็คงจะได้กระมังครับ

Credit: http://www.kingtranslations.com